การจัดการปัญหาเรื่องฝุ่น
โดยปกติปัญหาหลักของอุตสาหกรรมการผลิตปูนซีเมนต์ คือ ปัญหาเรื่องฝุ่น ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มสาเหตุหลัก ดังนี้
1. ฝุ่นที่เกิดจากระบบการลำเลียง รวมถึงฝุ่นที่เกิดจากการจ่ายปูนในจุดต่าง ๆ เช่น การจ่ายปูนเม็ดและปูนผง เป็นต้น ปัญหาดังกล่าวนี้ได้ถูกนำมาพิจารณาถึงแนวทางการแก้ไขเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากระบบการลำเลียง ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า เครื่องกรองฝุ่น (Bag Filter) เข้ามาจัดการปัญหาจากสาเหตุดังกล่าวประกอบกับการจัดทำแผนการซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เครื่องกรองฝุ่นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ ซึ่งการแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่นละอองด้วยวิธีนี้ สามารถลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นตามจุดเชื่อมโยงหรือจุดเปลี่ยนชุดสายพานลำเลียงได้เป็นอย่างดี
2. ฝุ่นที่เกิดจากการคมนาคมขนส่งทางรถยนต์ภายในโรงงาน เนื่องจากสภาพพื้นที่และโครงสร้างของโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ทั่วไปค่อนข้างจะมีขนาดใหญ่ ประกอบกับสภาพพื้นถนนบางช่วงยังมีสภาพเป็นดิน เช่น บริเวณทางขึ้นเหมือง บริเวณอาคารบดย่อยหินปูน (Limestone Crusher) เป็นต้น จึงเป็นสาเหตุหลักที่สำคัญที่ทำให้เกิดการฟุ้งกระจายของฝุ่นจากการคมนาคมขนส่ง นอกจากนี้การร่วงหล่นของวัตถุดิบ, เชื้อเพลิงแข็ง, ปูนเม็ด หรือผลิตภัณฑ์ระหว่างเส้นทางการขนส่งและลำเลียงภายในโรงงาน ทำให้ปัญหาดังกล่าวทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น มาตรการแก้ไขที่บริษัทได้นำมาใช้และได้ผลเป็นอย่างดีสำหรับปัญหานี้ ได้แก่ มาตรการจำกัดความเร็วรถที่คมนาคมขนส่งภายในโรงงาน และเพิ่มรอบเที่ยวของรถดูดฝุ่นในพื้นที่ต่างๆ ให้มากขึ้น เป็นต้น
3. ฝุ่นที่เกิดจากการปล่อยออกทางปล่อง (Stack)ทางบริษัทฯ ทางบริษัทฯ ได้ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ในการดักจับฝุ่นแบบไฟฟ้าสถิต หรือที่เรียกว่า Electrostatic Precipitator (EP) เพื่อทำการดักจับฝุ่น
ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต ก่อนที่จะทำการปล่อยสู่บรรยากาศ โดยประสิทธิภาพการทำงานของ EP อยู่ที่ประมาณ 99.95 % ยิ่งไปกว่านั้นทางบริษัทฯ
ยังได้ทำการติดตั้งระบบการตรวจวัดปริมาณฝุ่นจากปล่องระบายแบบต่อเนื่องและรายงานผลผ่านระบบ Online หรือที่เรียกว่า Continuous Emission Monitoring System (CEMS) ซึ่งถือว่าเป็นอุปกรณ์ตรวจวัดที่ทันสมัย โดยจุดประสงค์หลักของการติดตั้ง CEMS ก็เพื่อเป็นการตรวจสอบประสิทธิภาพ
การทำงานของ EP ถึงแม้ว่าอุปกรณ์ดังกล่าวจะมีประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่นสูงแล้วก็ตาม
“ นอกจากสิ่งที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ทางบริษัทฯ ได้ตระหนักและให้ความสำคัญต่อมาตรการควบคุมและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ”
รวมทั้งได้จัดทำโครงการหรือแผนงานด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นมารองรับเพื่อแก้ปัญหาเรื่องฝุ่นละอองในบริเวณต่างๆ ของโรงงาน ซึ่งจะยกมาเป็นตัวอย่างพอสังเขปดังนี้
โครงการในการปรับปรุงสภาพถนนภายในโรงงาน บริเวณทางแยกเข้าโรงงาน 3 กับเหมืองหินเชล
โครงการลดปริมาณฝุ่นบริเวณ Clinker Loading
โครงการปรับปรุงสภาพพื้นที่บริเวณทางเข้าของโม่หินปูน(Limestone Crusher)
โครงการลดปริมาณฝุ่นบริเวณ Limestone Hopper / Shale Hopper
โครงการปรับปรุงสภาพพื้นที่รอบๆ Limestone Storage / Shale Storage
โครงการอนุรักษณพลังงานไฟฟ้า
ทางบริษัทฯ ได้กำหนดแนวนโยบายที่ชัดเจนในการดำเนินการตามโครงการอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้าให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์เป็นอุตสาหกรรมที่มีปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างสูงมากเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นทั่วไป ภายใต้โครงสร้างต้นทุนต่อหน่วยการผลิตปูนซีเมนต์ตามแผนภูมิที่ระบุ ประกอบกับเพื่อเป็นการดำเนินการให้สอดคล้องตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และหลักปฏิบัติของทางราชการ ภายใต้ พ.ร.บ.อนุรักษ์พลังงาน ปี พ.ศ.2540 ทางบริษัทฯ จึงได้จัดตั้งคณะทำงานให้มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลด้านอนุรักษ์พลังงานขึ้นมาโดยเฉพาะ
ค่าเชื้อเพลิง 34%
ค่าไฟฟ้า 28%
ค่าวัตถุดิบ 5%
ค่าซ่อมบำรุง 20%
ค่าจ้างแรงงาน และอื่นๆ 13%
โดยได้กำหนดมาตรการและแนวทางการปฏิบัติ การตรวจสอบ และควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ และเครื่องจักรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในแต่ละส่วนงาน ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายในการบำรุงรักษาเครื่องจักรแต่ละเครื่องให้มีปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าต่อหน่วยของผลผลิตที่ออกมา เท่ากับหรือดีกว่าค่า Guarantee figure ที่เครื่องจักรนั้นๆ ระบุไว้ โดยมาตรการและแนวทางดังกล่าวได้ประยุกต์มาจากหลักการในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กรอบนโยบายของระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001)
โครงการใช้วัตถุดิบและเชื้อเพลิงเสริมทดแทน
ในสภาวะปัจจุบันกระแสการตื่นตัวทางด้านสิ่งแวดล้อมของโลก ได้ถูกนำมาพิจารณาเป็นประเด็นสำคัญในการกำหนดแนวทางในการพัฒนาประเทศกันอย่างกว้างขวาง จึงเกิดแนวคิดที่ว่า “ทำอย่างไรที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมให้ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตามหลักการพัฒนาอุตสาหกรรมแบบยั่งยืน” โครงการในการรักษาสภาพแวดล้อมได้ถูกนำมาใช้ในแวดวงการอุตสาหกรรมหลายประเภท ยกตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ได้นำหลักการที่เรียกว่า Eco-Tourism เข้ามาใช้ เป็นต้น ในส่วนของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ทางบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง ได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับแนวทางดังกล่าว จึงได้คิดริเริ่มนำโครงการใช้วัตถุดิบและเชื้อเพลิงเสริมมาใช้ หลักการของโครงการดังกล่าว คือ การนำเอาขยะ วัสดุที่ไม่ใช้แล้ว หรือกากของเสียจากอุตสาหกรรมมาใช้ในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ ทั้งในแง่ของการใช้เป็นเชื้อเพลิงหรือวัตถุดิบเสริมก็ตาม
โครงการในการรักษาสภาพแวดล้อมได้ถูกนำเข้ามาใช้ในวงการอุตสาหกรรม ยกตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ได้นำหลักการที่เรียกว่า Eco-Tourism เข้ามาใช้ เป็นต้น ในส่วนของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ ทางบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง ได้พึงตระหนักและให้ความสำคัญกับแนวทางดังกล่าว จึงได้คิดริเริ่มในการนำโครงการในการใช้วัตถุดิบและเชื้อเพลิงเสริมมาใช้ หลักการของโครงการดังกล่าวนี้ คือ เป็นการนำเอาขยะของเสียอุตสาหกรรมมาใช้ในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ ทั้งในแง่ของการเป็นเชื้อเพลิงหรือวัตถุดิบเสริมก็ตาม
วัตถุประสงค์หลักที่ทางบริษัทกำหนด อยู่ภายใต้ขอบข่าย 2 ประการ ดังนี้
1. เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
2. เพื่อเป็นมาตรการหรือแนวทางในการกำจัดขยะของเสียหรือสิ่งปฏิกูลที่ไม่ใช้แล้วของประเทศอย่างยั่งยืน
ขอบข่ายทั้ง 2 ประการนี้อยู่ภายใต้หลักการในการนำขยะของเสียหรือสิ่งปฏิกูลที่ไม่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ [Reuse and Recycle] ยกตัวอย่างเช่น การนำน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้งานแล้วกลับมาใช้เป็นเชื้อเพลิงเสริม แทนการใช้ทรัพยากรธรรมชาติด้านเชื้อเพลิง เช่น น้ำมันเตา ถ่านหิน และลิกไนต์ เป็นต้น สิ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของตัวอย่างเบื้องต้นที่ชี้ให้เห็นถึงการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่มีความมุ่งเน้น ห่วงใยและใส่ใจกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ